Head Top
🥇 ทองคำ: สุดยอดสินทรัพย์ปลอดภัย? เจาะลึกว่าทำไมทองคำจึงเป็นที่หลบภัยยามวิกฤต

🥇 ทองคำ: สุดยอดสินทรัพย์ปลอดภัย? เจาะลึกว่าทำไมทองคำจึงเป็นที่หลบภัยยามวิกฤต

 

Tem newbanner 14

ทำไม "ทองคำ" จึงถูกยกให้เป็นราชาแห่งสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำ (Gold) ไม่ได้เป็นเพียงโลหะมีค่าที่ใช้ทำเครื่องประดับเท่านั้น แต่ในโลกของการเงินและการลงทุน ทองคำมีสถานะเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe-Haven Asset) ที่ได้รับการยอมรับมายาวนานหลายศตวรรษ นักลงทุนทั่วโลกมักหันไปสะสมทองคำในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน ภาวะสงคราม หรือตลาดการเงินผันผวนรุนแรง บทความนี้จะเจาะลึกถึงคุณสมบัติทางเศรษฐศาสตร์และจิตวิทยาที่ทำให้ทองคำยังคงเป็นที่พึ่งพิงอันดับต้น ๆ ของนักลงทุนยามเกิดวิกฤต

1. การรักษามูลค่าที่เหนือกว่า (Store of Value)

คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของทองคำคือความสามารถในการรักษามูลค่าในระยะยาว ต่างจากสกุลเงินกระดาษ (Fiat Money) ที่รัฐบาลสามารถพิมพ์ออกมาได้ไม่จำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัดและหาได้ยาก

• ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge): เมื่อราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น (เงินเฟ้อ) อำนาจซื้อของเงินกระดาษจะลดลง นักลงทุนจึงหันไปซื้อทองคำ เพื่อเป็นเกราะป้องกัน เนื่องจากในระยะยาว ราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ หรืออย่างน้อยก็รักษามูลค่าเดิมไว้ได้
• สินทรัพย์ที่ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน: มูลค่าของทองคำไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำมั่นสัญญาของรัฐบาลหรือสถาบันการเงินใด ๆ ทำให้มันเป็นสินทรัพย์ที่ "ไร้ความเสี่ยงด้านคู่สัญญา" (No Counterparty Risk)

 

2. ความสัมพันธ์เชิงลบกับตลาดการเงิน (Negative Correlation)

ในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกตกต่ำหรือเกิดวิกฤตเครดิต (เช่น วิกฤต Subprime ในปี 2008 หรือวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020) นักลงทุนมักจะตื่นตระหนกและเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) เช่น หุ้น การกู้ยืม (Leverage) จะลดลง และความต้องการถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

• ทองคำมีความสัมพันธ์เชิงลบ (Negative Correlation) กับสินทรัพย์เสี่ยง: นั่นหมายความว่า เมื่อหุ้นตก ราคาทองคำมักจะขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงที่ ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายความเสี่ยง (Diversification) และช่วยลดการขาดทุนโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอ

 

3. ปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่หนุนนำ

ราคาทองคำมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics) ที่สำคัญหลายประการ:

• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rates): คืออัตราดอกเบี้ยหักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ เมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำลงหรือติดลบ (หมายความว่าการฝากเงินให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเงินเฟ้อ) ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยก็จะลดลง ทำให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้น
• ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD): ทองคำมีการซื้อขายกันในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทั่วไป เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อรักษามูลค่าของมันในสกุลเงินอื่น

 

4. บทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Role) และจิตวิทยา

ทองคำไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาดการเงิน แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และการยอมรับในระดับสากล

• วิกฤตความขัดแย้ง: ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ความไม่แน่นอนจะพุ่งสูง นักลงทุนและประชาชนทั่วไปจะแห่กันซื้อทองคำแท่งและเหรียญเพื่อรักษาสภาพคล่องและอำนาจซื้อที่สามารถนำติดตัวข้ามพรมแดนได้ง่าย
• ความเชื่อมั่นของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางทั่วโลกถือทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ การซื้อทองคำของธนาคารกลางในปริมาณมากแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในสินทรัพย์นี้ในฐานะหลักประกันความมั่นคงทางการเงินของประเทศ 

 

สรุป: ทองคำ... ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไร แต่คือหลักประกัน

ทองคำอาจไม่ใช่เครื่องมือที่สร้างผลกำไรได้อย่างรวดเร็วเท่าการเก็งกำไรในหุ้นเทคโนโลยี แต่บทบาทของมันคือ "ประกันความเสี่ยง" สำหรับพอร์ตโฟลิโอโดยรวม

การมีทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสม (นักลงทุนส่วนใหญ่มักแนะนำที่ 5% - 15% ของพอร์ต) จะช่วยให้พอร์ตของคุณมีความยืดหยุ่นและลดความเสียหายได้มากในช่วงที่ตลาดโลกตกอยู่ในภาวะวิกฤต ดังนั้น การลงทุนในทองคำจึงไม่ใช่เรื่องของการ "รวยเร็ว" แต่เป็นเรื่องของการ "อยู่รอดอย่างมั่นคง" ในทุกสภาวะเศรษฐกิจครับ

 

บทความโดย: ทองราคาวันนี้.com



ข่าวราคาทอง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้