Head Top
💰 เหตุใดราคาทองจึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

💰 เหตุใดราคาทองจึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 

Tem newbanner 13

ราคาทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีการเคลื่อนไหวผันผวนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะรายวัน รายชั่วโมง หรือแม้กระทั่งรายนาที ความผันผวนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุ แต่เป็นผลจากกลไกของตลาดโลกที่ซับซ้อนและมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามากระทบพร้อมกัน ในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven Asset) ทองคำจึงทำหน้าที่สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างชัดเจน ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอมีดังต่อไปนี้:

🌍 1. ภาวะเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่น

เมื่อเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงไม่แน่นอน มีความเสี่ยง หรือเกิดวิกฤตการณ์ (เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย, วิกฤตการเงิน, ความขัดแย้งทางการค้า) นักลงทุนจะสูญเสียความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ เช่น หุ้น และจะหันไปหาทองคำเพื่อ "รักษาความมั่งคั่ง" (Store of Value) ทำให้ความต้องการซื้อทองคำสูงขึ้น และราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ความเสี่ยงลดลง นักลงทุนจะกล้าถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นกู้หรือหุ้น ทำให้ความต้องการทองคำลดลง และราคาทองคำมีแนวโน้มลดลง
 

💲 2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)

ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) ถูกอ้างอิงและซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ (USD/Ounce) ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับดอลลาร์จึงมักเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม (Inverse Relationship):

• เมื่อค่าเงินดอลลาร์ "อ่อนค่า" ลง (เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ) ทองคำจะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น และราคาทองคำในรูปดอลลาร์จะสูงขึ้น
• เมื่อค่าเงินดอลลาร์ "แข็งค่า" ขึ้น ทองคำจะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อลดลง และราคาทองคำในรูปดอลลาร์จะลดลง


🏦 3. นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อราคาทองคำผ่านการกำหนดอัตราดอกเบี้ย:

• การขึ้นอัตราดอกเบี้ย: เป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจดีและต้องการควบคุมเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยทำให้นักลงทุนหันไปฝากเงินหรือลงทุนในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย ต้นทุนการถือครองจึงสูงขึ้น ทำให้ราคาทองคำมักจะลดลง
• การลดอัตราดอกเบี้ย: เป็นการส่งสัญญาณผ่อนคลายทางการเงิน ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการฝากเงินหรือพันธบัตรลดลง นักลงทุนจึงมองว่าทองคำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า ทำให้ราคาทองคำมักจะเพิ่มขึ้น

pexels michael steinberg 95604 342946

📈 4. ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)
เงินเฟ้อคือภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าของเงินลดลง ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)

• เมื่อมีภาวะเงินเฟ้อสูง นักลงทุนจะซื้อทองคำเพื่อรักษามูลค่าของเงินไม่ให้ถูกกัดเซาะโดยเงินเฟ้อ ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น และราคาทองคำจะสูงขึ้น (มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน)


⚖️ 5. อุปสงค์และอุปทานในตลาด (Demand and Supply)
เช่นเดียวกับสินค้าอื่น ๆ ราคาทองคำถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการซื้อ (อุปสงค์) และปริมาณที่มีอยู่ (อุปทาน)

• อุปสงค์ (Demand): มาจาก 3 กลุ่มหลัก คือ ภาคเครื่องประดับ, ภาคอุตสาหกรรม (การแพทย์, อิเล็กทรอนิกส์) และที่สำคัญที่สุดคือ ภาคการลงทุน (นักลงทุนรายย่อย, กองทุน ETF, และการสำรองทองคำของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ) หากความต้องการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการสำรองเพิ่มขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้น
• อุปทาน (Supply): มาจากผลผลิตจากเหมืองแร่ และเศษทองคำเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่

 

📍 6. ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)

เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือการเกิดสงคราม ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในวงกว้าง นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและแห่เข้าถือทองคำทันทีในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยขั้นสูงสุด เหตุการณ์เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงได้
 

กล่าวโดยสรุป การที่ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ตอบสนองต่อทุกการเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจ สภาวะความตึงเครียดทางการเมือง ไปจนถึงความกลัวของนักลงทุนในตลาด การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำ


บทความโดย: ทองราคาวันนี้.com



ข่าวราคาทอง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้