ราคาข้างต้นใช้เป็นแนวในการขายเท่านั้น
ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ตามหลักเกณฑ์ สคบ.
กำหนดให้ร้านทองสามารถหักได้ไม่เกิน 5% จากราคาทองคำแท่งรับซื้อในวันนั้นๆ
ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้เฉพาะกรณีซื้อ-ขายร้านเดิมเท่านั้น
ราคารับคืนร้านอื่น ขายฝาก จำนำ
จะต่ำกว่าราคารับซื้อคืนร้ายเดิม อาจหัก 10, 15, 20% ของราคารับซื้อทองคำแท่งประจำวัน ไม่มีข้อกำหนด
อัตราดอกเบี้ยแล้วแต่ละร้าน
ราคาเปลี่ยน คือ
[ราคาทองรูปพรรณใหม่ รวมค่ากำเหน็จ - ราคารับซื้อทองเก่า = จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม]
ฐานภาษี ใช้สำหรับคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม [ราคาทองรูปพรรณ รวมค่ากำเหน็จ - ฐานภาษี =
มูลค่าที่ใช้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
ฐานภาษี
ใช้สำหรับคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม [ราคาทองรูปพรรณ รวมค่ากำเหน็จ - ฐานภาษี =
มูลค่าที่ใช้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม]
ทองคำคืออะไร และทำไมคนถึงนิยมลงทุนในทองคำ?
คำตอบ: ทองคำเป็นโลหะมีค่าที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีคุณสมบัติทนทาน ไม่เป็นสนิม และมีปริมาณจำกัด คนนิยมลงทุนในทองคำเพราะถือเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) ที่ช่วยรักษาความมั่งคั่งและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อหรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ
การลงทุนทองคำมีกี่รูปแบบ?
คำตอบ: หลักๆ มี 4 รูปแบบ คือ
• ทองคำแท่ง/รูปพรรณ: ซื้อทองคำจริงมาเก็บไว้
• กองทุนรวมทองคำ (Gold Fund): ลงทุนผ่านกองทุนที่นำเงินไปซื้อทองคำหรือหลักทรัพย์ที่อ้างอิงราคาทองคำ
• บัญชีออมทอง/ลงทุนทองคำออนไลน์: ซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มหรือธนาคาร โดยยังไม่ต้องรับทองจริง
• สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures/Options): การซื้อขายทองคำในตลาดล่วงหน้า (เช่น Gold Futures ในตลาด TFEX)
ทองคำ 99.99% กับ 96.5% ต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: 99.99% หรือ 96.5% คือความบริสุทธิ์ของทองคำ
• ทองคำบริสุทธิ์ 99.9%: เป็นมาตรฐานทองคำบริสุทธิ์ในตลาดโลก นิยมใช้สำหรับทองคำแท่งในตลาดซื้อขายระหว่างประเทศ
• ทองคำบริสุทธิ์ 96.5%: เป็นมาตรฐานทองคำที่ใช้ในประเทศไทย นิยมใช้สำหรับทองรูปพรรณและทองคำแท่งในประเทศ
ทองคำแท่ง และ ทองรูปพรรณ ต่างกันอย่างไร
คำตอบ: ทองคำแท่งคือทองคำในรูปแบบมาตรฐาน มีความบริสุทธิ์สูง (โดยทั่วไป 96.5% หรือ 99.99%) และมักใช้เพื่อการลงทุนและการสะสมเป็นหลัก ส่วนทองรูปพรรณคือทองคำที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน มีความบริสุทธิ์มาตรฐาน 96.5%
ควรซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณดีกว่า?
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
• ทองคำแท่ง: เหมาะสำหรับการลงทุนโดยตรง เพราะมีค่ากำเหน็จต่ำหรือไม่มีเลย และราคาขายคืนจะอ้างอิงราคาตลาดโลกเป็นหลัก
• ทองรูปพรรณ: เหมาะสำหรับสวมใส่หรือสะสม เพราะมี "ค่ากำเหน็จ" ที่ค่อนข้างสูง ทำให้เมื่อขายคืนมักจะได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อมา
กล่าวโดยสรุป ทองคำแท่งจะเหมาะสำหรับการลงทุนโดยตรงมากกว่าทองรูปพรรณ ทองรูปพรรณจะเหมาะสำหรับการสวมใส่ , ซื้อเป็นของขวัญ , ความสวยงาม
ราคา "รับซื้อคืน" กับราคา "ขายออก" ต่างกันอย่างไร?
คำตอบ:
• ราคาขายออก: คือ ราคาที่ร้านค้าขายทองคำให้แก่ลูกค้า (เป็นราคาที่คุณจ่ายเมื่อซื้อ)
• ราคาซื้อคืน: คือ ราคาที่ร้านค้ารับซื้อทองคำจากลูกค้า (เป็นราคาที่คุณได้รับเมื่อขาย)
• โดยปกติ ราคาขายออกจะสูงกว่าราคาซื้อคืน เสมอ เพื่อเป็นส่วนต่างในการดำเนินงานของร้านค้า
XAU/USD คืออะไร
คำตอบ: คือ สัญลักษณ์คู่สกุลเงิน ที่ใช้ในการเทรดทองคำในตลาด Forex หรือตลาดอนุพันธ์ (Futures) XAU คือสัญลักษณ์สากลของทองคำ ส่วน USD คือดอลลาร์สหรัฐฯ การเคลื่อนไหวของคู่ XAU/USD จึงสะท้อนมูลค่าทองคำเทียบกับดอลลาร์
ราคาทองคำไทยถูกคำนวณมาจากปัจจัยอะไรบ้าง?
คำตอบ: ราคาทองคำไทย (บาท/บาททองคำ) ถูกคำนวณมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ:
• ราคาทองคำในตลาดโลก (Spot Price): หน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์
• อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ (USD/THB)
• ค่าธรรมเนียม/ต้นทุนในการดำเนินงาน
หน่วยในการซื้อขายทองคำคืออะไร?
คำตอบ: ในตลาดโลกใช้หน่วยเป็น
ทรอยออนซ์ (Troy Ounce) แต่ในประเทศไทยใช้หน่วยเป็น
สลึง และ
บาท (Baht)
• ทรอยออนซ์ (Troy Ounce): 1 ทรอยออนซ์ เท่ากับ 31.1035 กรัม
• สลึง: 1 สลึง เท่ากับ 3.81 กรัม (โดยประมาณ)
• บาท:ทองคำแท่ง 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม , ทองรูปพรรณ 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม (ทอง 4 สลึง = 1 บาท)
"ค่ากำเหน็จ" คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการคำนวณราคาอย่างไร?
คำตอบ: ค่ากำเหน็จ คือ ค่าแรงในการแปรรูป ทองคำแท่งให้กลายเป็นทองรูปพรรณ เช่น แหวน สร้อย หรือจี้ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้ซื้อต้องจ่ายนอกเหนือจากราคาทองคำตามน้ำหนัก ทองคำแท่งจะไม่มีค่ากำเหน็จ หรือมีต่ำมาก แต่ทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จสูง
ควรซื้อทองคำเมื่อราคาขึ้นหรือเมื่อราคาลง?
คำตอบ: นักลงทุนระยะยาวมักแนะนำให้ใช้วิธี การทยอยซื้อ (Dollar-Cost Averaging - DCA) เพื่อเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาว ส่วนนักลงทุนระยะสั้นอาจใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อจับจังหวะการซื้อขาย แต่โดยทั่วไป การซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงและปัจจัยพื้นฐานยังดีอยู่เป็นกลยุทธ์ที่นิยม
มีความเสี่ยงอะไรบ้างในการลงทุนทองคำ?
คำตอบ: ความเสี่ยงหลักๆ คือ ความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk) เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก รวมถึงความเสี่ยงในการจัดเก็บและการสูญหายหากซื้อทองคำจริงมาเก็บไว้
การซื้อทองคำออนไลน์ต่างจากการซื้อทองคำจริงอย่างไร?
คำตอบ: การซื้อทองคำออนไลน์ (บัญชีออมทอง) คือการซื้อขายผ่านระบบดิจิทัล คุณเป็นเจ้าของทองคำในระบบแต่ยังไม่ได้ทองจริงมาครอบครอง
ข้อดี: ซื้อขายง่าย สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บ และเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยได้
ข้อเสีย: อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการถือทองคำจริงไว้ในมือ เพราะคุณจะไม่ได้ถือตัวทองจริงๆ และต้องลงทุนกับแหล่งที่เชื่อถือได้
ซื้อขายทองคำต้องเสียภาษีหรือไม่?
คำตอบ: ตรงนี้จะแบ่งเป็นสองกรณี
• กำไรจากการซื้อขายทองคำแท่ง: โดยทั่วไป ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
• กำไรจากการลงทุนกองทุนรวมทองคำ (Gold Fund): ต้องพิจารณาตามประเภทกองทุน หากเป็นกองทุนในประเทศ ไม่ต้องเสียภาษี แต่หากเป็นกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนในทองคำโดยตรง อาจต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากกำไรเมื่อนำเงินกลับเข้าประเทศ
ทองคำมีปันผล (Dividend) เหมือนหุ้นหรือไม่?
คำตอบ: ไม่มีค่ะ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดกระแสเงินสดหรือปันผล รายได้จากการลงทุนทองคำมาจากการ ส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย (Capital Gain) เท่านั้น
ควรลงทุนทองคำกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด?
คำตอบ:ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนในทองคำประมาณ 5% ถึง 15% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด เพื่อวัตถุประสงค์ในการกระจายความเสี่ยง (Diversification)
การลงทุนใน Gold Futures ต่างจากการซื้อทองคำแท่งอย่างไร?
คำตอบ:
• Gold Futures: เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบนตลาด TFEX ใช้เงินลงทุนน้อย (มีอัตราทดสูง/Leverage) สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่มีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากมีวันหมดอายุของสัญญา
• ทองคำแท่ง: ซื้อทองคำจริงมาเป็นเจ้าของ ไม่มีความเสี่ยงด้านวันหมดอายุ และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรักษาความมั่งคั่ง
ควรซื้อขายทองคำจากแหล่งใดที่น่าเชื่อถือ?
คำตอบ: ควรซื้อขายจากแหล่งที่ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐาน เช่น
• ร้านทองคำรายใหญ่: ที่มีชื่อเสียงและมีใบอนุญาต
• ธนาคารพาณิชย์ : คือ ราคาที่ร้านค้ารับซื้อทองคำจากลูกค้า (เป็นราคาที่คุณได้รับเมื่อขาย)
• บริษัทหลักทรัพย์ (บล.):หรือ โบรกเกอร์ ที่ได้รับใบอนุญาตสำหรับกองทุนรวมทองคำหรือ Gold Futures