ศัพท์น่ารู้ในการเทรดทองคำ
Gold Spot Price
ราคาทองคำในตลาดโลก ณ เวลาปัจจุบัน (Real-time Price) ที่มีการซื้อขายทันที โดยอ้างอิงจากทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ในหน่วย ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ (USD/t oz) ราคานี้เป็นราคาพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณราคาทองทั่วโลก
XAU/USD
สัญลักษณ์คู่สกุลเงิน ที่ใช้ในการเทรดทองคำในตลาด Forex หรือตลาดอนุพันธ์ (Futures) XAU คือสัญลักษณ์สากลของทองคำ ส่วน USD คือดอลลาร์สหรัฐฯ การเคลื่อนไหวของคู่ XAU/USD จึงสะท้อนมูลค่าทองคำเทียบกับดอลลาร์
Bid Price & Ask Price (ราคาเสนอซื้อ/เสนอขาย)
Bid Price (ราคาเสนอซื้อ): ราคาที่ผู้ซื้อยินดีจ่ายเพื่อซื้อทองคำจากคุณ
Ask Price (ราคาเสนอขาย): ราคาที่ผู้ขายยินดีขายทองคำให้แก่คุณ (เป็นราคาที่คุณต้องจ่ายเมื่อเปิดสถานะซื้อ)
Spread (สเปรด)
ส่วนต่างระหว่างราคา Ask Price กับ Bid Price สเปรดเป็นต้นทุนหลักในการเทรดที่คุณต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์ (ยิ่งสเปรดแคบ ยิ่งดีต่อเทรดเดอร์)
Leverage (เลเวอเรจ / อัตราทด)
การใช้เงินทุนที่ยืมมาจากโบรกเกอร์ เพื่อเพิ่มขนาดในการลงทุนและควบคุมมูลค่าทองคำที่ใหญ่กว่าเงินทุนจริงหลายเท่า (เช่น 1:100 หมายถึง เงิน 1$ บาท สามารถควบคุมมูลค่าทองคำได้ถึง 100 บาท) ยิ่ง Leverage สูง ความเสี่ยงยิ่งสูงตาม
Margin (มาร์จิ้น)
เงินทุนส่วนหนึ่งที่คุณต้องวางไว้ เป็นหลักประกันในการเปิดสถานะการซื้อขาย (Position)
Stop-Loss (SL)
คำสั่งตั้งค่าล่วงหน้า เพื่อปิดสถานะซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ได้กำไรถึงเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้
Take-Profit (TP)
คำสั่งตั้งค่าล่วงหน้า เพื่อปิดสถานะซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ได้กำไรถึงเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้
Long Position (เปิด Long / ซื้อ)
การเปิดสถานะซื้อ (Buy) โดยคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น
Short Position (เปิด Short / ขาย)
การเปิดสถานะขาย (Sell) โดยคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง (เป็นจุดเด่นของการเทรดอนุพันธ์ที่ทำกำไรได้แม้ตลาดขาลง)
Lot (ล็อต)
หน่วยมาตรฐานที่ใช้ในการวัดปริมาณ การซื้อขายในตลาด เช่น 1 Lot สำหรับ XAU/USD มักจะเท่ากับทองคำ 100 ทรอยออนซ์ ขนาด Lot อาจแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชี (Mini Lot, Micro Lot)
Bullish & Bearish (ตลาดกระทิง/ตลาดหมี)
Bullish (ตลาดกระทิง): แนวโน้มราคาทองคำกำลัง ปรับตัวสูงขึ้น (ขาขึ้น)
Bearish (ตลาดหมี): แนวโน้มราคาทองคำกำลัง ปรับตัวลดลง (ขาลง)
Volatility (ความผันผวน)
ระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ ในช่วงเวลาหนึ่ง หากราคาวิ่งขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง จะถือว่ามีความผันผวนสูง ซึ่งบ่งบอกถึงโอกาสในการทำกำไรและความเสี่ยงที่สูงขึ้น
Rollover/Swap
ค่าธรรมเนียม ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บหรือจ่ายให้ เมื่อคุณถือสถานะซื้อขายข้ามคืน (ข้ามวันทำการ) ค่านี้จะแตกต่างกันไปตามอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เกี่ยวข้องและทิศทางที่คุณเปิดสถานะ
Technical Analysis (การวิเคราะห์ทางเทคนิค)
การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคา ในอดีตและปัจจุบัน โดยใช้เครื่องมือ กราฟ และรูปแบบราคาต่างๆ (เช่น แนวรับ, แนวต้าน, อินดิเคเตอร์) เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต
คำศัพท์สำคัญในการวิเคราะห์กราฟเทรดทองคำ
Candlestick (แท่งเทียน)
รูปแบบการแสดงราคา ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในกราฟการเทรด แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงราคาสำคัญ 4 อย่างในกรอบเวลาหนึ่งๆ (เช่น 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน) ได้แก่:
๐ ราคาเปิด (Open)
๐ ราคาสูงสุด (High)
๐ ราคาต่ำสุด (Low)
๐ ราคาปิด (Close)
สีของแท่งเทียน มักใช้สีเขียว/ขาว สำหรับแท่งที่
ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด (Bullish) และสีแดง/ดำ สำหรับแท่งที่
ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (Bearish)
Support (แนวรับ)
ระดับราคาด้านล่าง ที่คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามามากพอที่จะ หยุดยั้งการลงของราคา และทำให้ราคามีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไป ถือเป็น "พื้น" ที่รองรับราคา
Resistance (แนวต้าน)
ระดับราคาด้านบน ที่คาดว่าจะมีแรงขายเข้ามามากพอที่จะ หยุดยั้งการขึ้นของราคา และทำให้ราคามีโอกาสย่อตัวลงมา ถือเป็น "เพดาน" ที่ต้านราคา
Breakout (เบรกเอาต์)
การที่ราคาทะลุผ่าน แนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญไปได้อย่างชัดเจนและรุนแรง มักถูกใช้เป็นสัญญาณในการเข้าซื้อ (ทะลุแนวต้าน) หรือเข้าขาย (ทะลุแนวรับ)
Trend Line (เส้นแนวโน้ม)
เส้นตรงที่ลากเชื่อมจุดต่ำสุด หรือ จุดสูงสุดที่สำคัญ ของกราฟ เพื่อบ่งชี้ถึงทิศทางโดยรวมของราคา:
๐ Uptrend (แนวโน้มขาขึ้น): ลากเชื่อมจุดต่ำสุดที่ยกสูงขึ้น
๐ Downtrend (แนวโน้มขาลง): ลากเชื่อมจุดสูงสุดที่กดต่ำลง
Indicator (อินดิเคเตอร์ / ตัวชี้วัด)
เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ ที่คำนวณจากข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขาย เพื่อช่วยนักเทรดในการตัดสินใจและยืนยันสัญญาณการซื้อขาย ตัวอย่างเช่น MACD, RSI, Moving Average
Moving Average (MA) (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่)
เป็น Indicator พื้นฐานที่แสดง ราคาเฉลี่ย ย้อนหลังตามจำนวนแท่งเทียนที่กำหนด (เช่น MA 50 วัน) เส้น MA มักถูกใช้เป็นแนวรับ/แนวต้านแบบพลวัต (Dynamic Support/Resistance) และใช้บอกทิศทางแนวโน้ม
RSI (Relative Strength Index)
เป็น Indicator ที่ใช้วัด
โมเมนตัม (Momentum) หรือความแข็งแกร่งของราคา โดยจะมีค่าระหว่าง 0 ถึง 100 ใช้วิเคราะห์ภาวะ:
๐ Overbought (ซื้อมากเกินไป): เมื่อค่า RSI สูงกว่า 70 (มีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวลง)
๐ Oversold (ขายมากเกินไป): เมื่อค่า RSI ต่ำกว่า 30 (มีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวขึ้น)
Fibonacci Retracement (ฟิโบนัชชี รีเทรซเมนต์)
เป็นเครื่องมือที่ใช้หา ระดับการพักตัวของราคา ที่เป็นไปตามสัดส่วนทองคำ (เช่น 38.2%, 50%, 61.8%) ระดับเหล่านี้มักถูกใช้เพื่อคาดการณ์จุดที่ราคาน่าจะพักตัวและกลับตัวไปตามแนวโน้มหลักอีกครั้ง
Chart Pattern (รูปแบบกราฟ)
รูปแบบเฉพาะของแท่งเทียนหรือเส้นราคา ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และนักวิเคราะห์เชื่อว่าสามารถบอกถึงทิศทางราคาในอนาคตได้ เช่น:
๐ Head and Shoulders: สัญญาณกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง
๐ Double Top/Bottom: สัญญาณกลับตัวที่ราคาขึ้นไปทำยอด/ทำฐาน $2$ ครั้ง
๐ Triangle/Flag: สัญญาณที่บ่งบอกถึงการพักตัวก่อนจะเคลื่อนที่ต่อตามแนวโน้มเดิม
บทความโดย : ทองราคาวันนี้.com