จับตาราคาทองคำยุคใหม่! หากเฟดลดวันประชุม เหลือปีละ 6 ครั้ง
![]()
แนวคิดปรับลดจำนวนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด กำลังเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินให้ความสนใจ หลัง เควิน วอร์ช ประธานเฟด เสนอให้ทบทวนความถี่การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ FOMC จากปัจจุบันปีละ 8 ครั้ง เหลือเพียง 6 ครั้ง
ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือภายในเฟด และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่หากมีการนำมาใช้จริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญต่อทั้งกระบวนการตัดสินใจและการสื่อสารนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ปัจจุบัน FOMC ใช้แนวทางประชุมตามกำหนดปีละ 8 ครั้งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980 โดยการประชุมแต่ละครั้งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ
แนวคิดลดความถี่การประชุมสอดคล้องกับทิศทางการบริหารของวอร์ช ซึ่งต้องการลดการสื่อสารที่ชี้นำตลาดล่วงหน้า และเปิดโอกาสให้ราคาสินทรัพย์สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่อข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น ก่อนหน้านี้เฟดได้ปรับถ้อยแถลงนโยบายให้สั้นและกระชับลง พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนประเด็นสำคัญ เช่น การสื่อสารนโยบาย การบริหารงบดุล กรอบเงินเฟ้อ และการวิเคราะห์ตลาดแรงงาน
แม้จำนวนครั้งของการประชุมอาจลดลง แต่หลักการดำเนินนโยบายของเฟดยังคงยึดแนวทางอิงข้อมูลเศรษฐกิจ หรือ Data-dependent โดยพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ไม่ได้ตัดสินใจจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงลำพัง
ข้อมูลสำคัญที่ตลาดและเฟดติดตามประกอบด้วยตัวเลขเงินเฟ้อ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน หรือ Core PCE รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การเติบโตของค่าจ้าง ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ตลอดจนทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และสภาพคล่องในตลาดการเงิน
สำหรับตลาดทองคำ การลดจำนวนครั้งของการประชุม FOMC อาจไม่ได้ทำให้แนวโน้มราคาเปลี่ยนแปลงโดยตรง แต่มีแนวโน้มเปลี่ยนจังหวะและความรุนแรงของการเคลื่อนไหวในตลาด
ฮั่วเซ่งเฮงวิเคราะห์ว่า หากช่วงเวลาระหว่างการประชุมยาวนานขึ้น นักลงทุนจะต้องพึ่งพาตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนในการประเมินทิศทางดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูล CPI PCE และการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำตอบสนองต่อข้อมูลแต่ละชุดรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม
หากตัวเลขเงินเฟ้อหรือการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดอาจประเมินว่าเฟดจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรือพิจารณาดำเนินนโยบายเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มปรับขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อชะลอลง หรือตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัว ความคาดหวังว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัว และช่วยหนุนราคาทองคำ
นอกจากนี้ เมื่อจำนวนครั้งของการประชุมลดลง การประชุม FOMC แต่ละครั้งอาจมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากตลาดจะมีช่วงเวลาระหว่างการประชุมที่ยาวนานขึ้น ทำให้การประเมินทิศทางนโยบายการเงินต้องอาศัยการคาดการณ์ของตลาดมากขึ้น และเมื่อผลการประชุมออกมาแตกต่างจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ก็อาจนำไปสู่ความผันผวนที่รุนแรงขึ้นในตลาดค่าเงิน พันธบัตร หุ้น และทองคำ
อย่างไรก็ตาม การประชุมน้อยลงไม่ได้หมายความว่าเฟดจะไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ เนื่องจากยังสามารถเรียกการประชุมพิเศษ หากเกิดวิกฤตหรือความผันผวนรุนแรงในระบบเศรษฐกิจและการเงิน
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า หากข้อเสนอลดจำนวนครั้งของการประชุมได้รับการอนุมัติ นักลงทุนทองคำควรเพิ่มน้ำหนักให้กับปฏิทินประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงติดตาม Bond Yield ค่าเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ในภาพรวม การลดความถี่ของการประชุมอาจทำให้ตลาดได้รับสัญญาณจากเฟดน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าความสำคัญของนโยบายการเงินจะลดลงตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลเศรษฐกิจแต่ละชุดและการประชุมแต่ละครั้งอาจมีน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนเป็นช่วง ๆ มากกว่าเดิม
ที่มา: จับตาราคาทองคำยุคใหม่! หากเฟดลดวันประชุม เหลือปีละ 6 ครั้ง