สภาทองคำโลกเผย “แบงก์ชาติทั่วโลก” ซื้อทองคำ Q1 ต่ำสุดรอบ 10 ปี คาดทั้งปีชะลอลง

สภาทองคำโลกปรับลดตัวเลขการซื้อ ทองคำ ของธนาคารกลางทั่วโลก Q1 เหลือเพียง 57 ตัน ต่ำสุดในรอบ 10 ปี คาดยอดซื้อทั้งปีชะลอลง
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยรายงานล่าสุดว่าธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำในช่วงไตรมาสแรกของปีเพียง 57 ตัน ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเดิมถึง 187 ตัน และนับเป็นระดับต่ำที่สุดของการเริ่มต้นปีในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้คาดว่าปริมาณการซื้อทองคำของธนาคารกลางตลอดปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าปี 2568 แม้ว่าความต้องการจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ WGC เคยประเมินว่าธนาคารกลางกลับมาเข้าซื้อทองคำในปริมาณมาก หลังราคาทองคำอ่อนตัวจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำ เนื่องจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการปรับตัวขึ้นของราคาทองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การปรับลดตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการในช่วงต้นปีอ่อนแอกว่าที่คาด ขณะที่ราคาทองคำได้ปรับตัวลงราว 25% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดเลื่อนคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไป
WGC ระบุว่า การประเมินการซื้อทองคำของธนาคารกลางส่วนหนึ่งอาศัยข้อมูลจากบริษัทวิจัย Metals Focus ซึ่งรวบรวมจากข้อมูลสาธารณะ สถิติการค้า และการสำรวจภาคสนาม เนื่องจากธนาคารกลางหลายแห่งไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการถือครองทองคำอย่างเป็นทางการ
แม้ไตรมาสแรกจะอ่อนแอ แต่ความต้องการทองคำของธนาคารกลางฟื้นตัวอย่างมากในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน โดยมียอดซื้อสุทธิรวม 289 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาส 2
ประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุดในไตรมาส 2 คือ โปแลนด์ ด้วยปริมาณ 51 ตัน ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 82 ตัน ขณะที่ จีน ซื้อทองคำเพิ่มอีก 33 ตัน ในช่วงไตรมาสเดียวกัน
รายงานของ WGC ยังระบุว่า ความต้องการทองคำจากภาคการลงทุนและผู้บริโภคบางส่วนเริ่มอ่อนแรง ได้แก่ กองทุน ETF ที่อ้างอิงทองคำมีเงินทุนไหลออกสุทธิ 45 ตัน ในไตรมาส 2 และความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทอง ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 307 ตัน ขณะที่ความต้องการเครื่องประดับทองคำ ลดลง 17% เหลือ 278 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี จากผลกระทบของราคาทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ
แม้ว่าการเข้าซื้อของธนาคารกลางจะฟื้นตัวในไตรมาส 2 แต่การปรับลดตัวเลขไตรมาสแรกทำให้ภาพรวมความต้องการทองคำจากภาครัฐในปีนี้อาจไม่แข็งแกร่งเท่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ขณะที่ทิศทางราคาทองคำยังขึ้นอยู่กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะต่อไป